เครดิตบูโร เปิดหนี้เสียอยู่ที่ประมาณ 1.2 ล้านล้านบาท
เครดิตบูโร เปิดตัวเลขหนี้ครัวเรือน 30 ล้านคน ก้อนหนี้ 13.6 ล้านล้านบาท หนี้เสียอยู่ที่ประมาณ 1.2 ล้านล้านบาท
นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) โพสต์ เฟซบุ๊ก Surapol Opasatien ถึง รายงานภาระหนี้สินภาคครัวเรือนจากสถาบันการเงิน 157 แห่งที่เป็นสมาชิกของเครดิตบูโร ครอบคลุมประชาชนคนไทยและผู้มีถิ่นฐานในประเทศไทยที่มีหนี้สินกับสถาบันการเงินสมาชิก ซึ่งปัจจุบันครอบคลุมประมาณกว่า 30 ล้านคนจากฐานข้อมูลสถิติที่ไม่มีตัวตนในไตรมาสที่ 3 ปี 2567 มีรายละเอียดดังนี้
หนี้ครัวเรือนในระบบเครดิตบูโรอยู่ที่ 13.6 ล้านล้านบาท (หนี้ครัวเรือนไทยทั้งหมด 16.3ล้านล้านบาท) อัตราการเติบโต 0.5% yoy ถ้าเป็น QoQ จะ -0.2% สรุปคือสินเชื่อไม่โต เศรษฐกิจในไตรมาส 3 เติบโต 3% ในช่วง 9 เดือนโต 2.3% สินเชื่อธุรกิจคนตัวเล็ก -4.6% yoy สินเชื่อเบิกเกินบัญชี -4.5% yoy
วิธีกินแอปเปิลให้ได้ประโยชน์สูงสุด สารพฤกษเคมี ช่วยต้านอนุมูลอิสระด้วย
ต่อมาคือระดับของ NPLs (หนี้เสีย) เป็นไปตามคาดอยู่ที่ประมาณ 1.2 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 8.8% ของหนี้รวม 13.6 ล้านล้านบาท พุ่งขึ้นชัดเจนตั้งแต่ไตรมาสที่ 1 ปี 2566 หลังพักฐานไตรมาสที่ 4 ปี 2566 แล้วไปต่อตั้งแต่ปี 2567 พร้อมๆกับมาตรการกลับไปสู่ความเป็นปกติ (normalize) เศรษฐกิจค่อยๆ โตกลับมาอย่างเชื่องช้า มีเรื่องการให้กู้อย่างรับผิดชอบ การแก้หนี้เรื้อรัง แก้หนี้ครบวงจร ภาพของเส้นหนี้เสียวิ่งจาก 7.7% สู่ 8.8%
โดยเลขหนี้ NPLs ประมาณ 1.2 ล้านล้านบาทโดยประมาณ เติบโต 14.1% yoy 3.4% QoQ โดย NPLs สินเชื่อบ้าน รถยนต์ บัตรเครดิต ส่วนสินเชื่อส่วนบุคคลยังโตไม่มากจากไตรมาสก่อน นายสุรพลบอกว่าที่กังวลมากคือสินเชื่อธุรกิจคนตัวเล็กหรือ SMEs เติบโต 20% yoy 5.2% QoQ อันนี้คือประเด็นสำคัญมาก
ส่วน SM ยอดคงค้าง Q3 ปี 2567 มาหยุดที่ 4.8 แสนล้านบาทโดยประมาณ ลดลงมาทั้ง yoy และ QoQ น่าจะเบาใจขึ้นได้บ้าง
สำหรับปรับปรุงโครงสร้างหนี้หลังเป็นหนี้เสียที่เรียกว่าทำ TDR ซึ่งตัวเลขสะสมมาอยู่ที่ 1.03 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 7.6% ของ 13.6 ล้านล้านบาท ที่ไม่ค่อยดีคือมันอืด มันเติบโต QoQ ติดลบประมาณ 3%
ในส่วนของ DR หรือปรับโครงสร้างหนี้เชิงป้องกันก่อนเป็นหนี้เสียยอดสะสมตั้งแต่เมษายน 2567 มาหยุดที่ 1.2 ล้านบัญชี 6.45 แสนล้านบาท
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB